คลังเก็บหมวดหมู่: ผลบอลสด

วอนผู้จัดการทีมเห็นใจ ลัลลานา พร้อมโชว์ศักยภาพให้เต็มที่

ลัลลานา ประเดิมเกมแรกให้สีเสื้อนักบุญในระดับเยาวชน กับศึกเอฟเอ ยูธ คัพ ในฤดูกาล 2004-05 และ 2005-06 พร้อมกับพาต้นสังกัดผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ และรอบรองชนะเลิศ ตามลำดับ ในปี 2006 ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมของเจ้าตัว ส่งผลให้แกนรุกอนาคตไกล กระโดดข้ามรุ่นขึ้นมาสู่ชุดใหญ่ในวัยเพียง 18 ปี และลงสนามให้ชุดซีเนียร์ เป็นเกมแรกเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2006 ซึ่งถล่มเยโอวิล 5-2 ในศึกลีก คัพ ด้วยความสามารถ สุดท้ายเขาได้มาลงเอยกับยักษ์ใหญ่อย่างหงส์แดง
โดยมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษรายนี้เพิ่งจรดปากกาต่อสัญญาออกไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ทำให้เขากลายเป็นนักเตะ “หงส์แดง” ที่ได้รับค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์มากที่สุดในทีมถึง 110,000 ปอนด์ (ประมาณ 4,802,829 ล้านบาท) ซึ่งหลังขยายสัญญาออกไปเจ้าตัวได้ให้สัมภาษาณ์ว่า “ผมรู้สึกเหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรแห่งนี้ทั้งบรรดากองที่คอยสนับสนุนตัวผมมาโดยตลอด ซึ่งผมขอยอมรับแบบแมนๆเลยว่าก่อนจะย้ายมาโม่แข่งที่นี่ผมลังเลนิดนึงแต่พอได้เห็นถึงประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของทีมผมจึงไม่มีการลังเลใดๆทั้งสิ้น
ล่าสุดอดัม ลัลลานา ห้องเครื่องของทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรสู้ศึกแห่ง พรีเมียร์ ลีก ออกโรงแสดงความมั่นใจอย่างสุดขีดว่าตนเองจะแสดงศักยภาพออกมาให้เต็มที่ในทุกเกมที่ลงเตะเพื่อเป็นการตอบแทน เจอร์เก้น คล็อปป์ เจ้านายใหญ่ที่ช่วยปลุกปั้นจนกลายเป็นกำลังสำคัญหลักของทีมในตอนนี้และที่สำคัญก็คือเพื่อเป็นการฉลองหลังขยายสัญญาใหม่ออกไปจนถึงปี 2021
พาร์ทที่ยอดเยี่ยมที่สุดของผมในตอนนี้ก็คือการได้ค้าแข้งกับสโมสรแห่งนี้ ผมรู้สึกว่าที่แห่งนี้สามารถดึงศักยภาพของผมออกได้อย่างถึงที่สุด ซึ่งก็ต้องขอบคุณกุนซือสมองเพชรอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ ด้วยที่ไว้ใจและเชื่อมั่นในตัวผมตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งต่อจากนี้ผมคงต้องทำพัฒนาตัวเองต่อไปเนื่องจากว่ามีอีกหลายๆอย่างที่ท้าทายในสโมสรแห่งนี้ เมื่อผมได้รับข่าวว่าทีมต้องการต่อสัญญาผมออกไปแน่นอนผมไม่มีการรีรอใดๆทั้งสิ้น คุณลองนึกภาพดูสิผมมีเพื่อนร่วมทีม กุนซือและสต๊าฟโค้ชที่ดีแบบนี้ทำไมผมจะปฏิเสธข้อเสนอได้ลงล่ะ และที่สำคัญที่สุดก็คือสาวก “เดอะ ค็อป” ที่สนับสนุนพวกเรามาโดยตลอดที่นี่เปรียบเสมือนครอบครัวเลยก็ว่าได้ ”
สุดท้ายนี้อดัม ลัลลานา มิดฟิลด์จอมพริ้วของ ลิเวอร์พูล พร้อมที่จะปิดฉากซีซั่นด้วยอันดับ 3 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้แล้ว ลิเวอร์พูล รั้งอยู่อันดับ 7 ของตารางและห่างจากอันดับ 3 อย่าง แมนเชสเตอร์ส ยูไนเต็ด เพียง 5 คะแนนเท่านั้น…

อยากกลับมาสวมเสื้อหงส์แดงอีกครั้ง คือความตั้งใจของซาโก้

เอาแล้วไง !!! เมื่อไม่นานมานี้ มามาดู ซาโก้ ปราการหลังตัวยืมของ “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ สโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาเปิดปากเผยแบบหมดเปลือกว่าอยากกลับไปสวมเสื้อของ ลิเวอร์พูล อีกครั้งหลังจากเจ้าตัวแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของทีมในช่วงปีซีซั่นที่ผ่านมาจนต้องถูกปล่อยตัวยืมในช่วงเวลาต่อมา
โดยปราการหลังชาวฝรั่งเศสได้เผยต่อสื่อว่า “ผมยังคงมีสัญญาใจกับสโมสรอยู่อีกถึง 3 ปีด้วยกัน ถ้าผมได้มีโอกาสหวนคืนมาใส่ยูนิฟอร์มของ “หงส์แดง” อีกครั้งผมจะไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอยไปมันคงเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมอย่างมากแต่ถ้าผมไม่สามารถกลับสู่ต้นสังกัดเดิมได้บางทีผมคงต้องคิดเรื่องการย้ายทีมแบบจริงจัง เหตุการณ์ในวันนั้นผมยังจำมันได้ดี ผมเป็นคนมาสายในการซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมแถมผมยังไปหยอกล้อ คล็อปป์ ในระหว่างสัมภาษณ์อีกซึ่งผมไม่ทราบว่าผลที่ตามมามันจะร้ายแรงถึงขนาดนี้ตอนนี้สิ่งที่ผมพอจะทำได้มีแค่อย่างเดียวก็คือยอมรับในสิ่งที่ทำและผมต้องขอโทษต่อ คล็อปป์ จริงๆที่แสดงกริยาไม่เหมาะสมออกไปแบบนั้น ส่วนเรื่องการย้ายกลับรังแอนฟิลด์และอนาคตการค้าแข้งนั้นขึ้นอยู่กับเขาว่าจะให้ไปในทิศทางใด ด้วยความสัจจริงผมเคารพในการตัดสินใจของเขา” แนวรับวัย 27 ปี กล่าวทิ้งท้าย
ซึ่หากกล่าวถึงประวัติของมามาดู ซาโก้ เขาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลระดับเยาวชนกับสโมสรบ้านเกิดอย่าง ปารีส เอฟซี ตั้งแต่ปี 1996 ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในปี 2002 ในตอนแรกเขาเล่นในตำแหน่งศูนย์หน้า แต่โค้ชเยาวชนมองว่า เขาเหมาะสมมากกว่าในตำแหน่งกองหลัง ทำให้เขาเปลี่ยนมาเล่นเป็นกองหลังตลอดมา เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2013 ซาโก้ ตกลงปลงใจ ย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ ต้องมาดูกันว่า กองหลังทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้ จะทำได้ดีแค่ไหนในเวทีพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แต่ด้วยความสามารถขนาดนี้ ก็การันตีได้ระดับหนึ่งว่า ชื่อของเขาจะติดปากเหล่าสาวก “หงส์แดง” ในไม่ช้านี้แน่นอน ซึ่งหลังจากร่วมทีมอยู่กับหงส์แดงได้สักพัก มามาดู ซาโก้ เหมือนจะประพฤติตนไม่ดี ทำตัวไม่เหมาะสมกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมหงส์ แดง จนผู้จัดการทีมนั้นปล่อยลอยแพ เปิดให้ทีมที่ต้องการสามารถยืมตัวไปเล่นได้ ล่าสุดนี้ มามาดู ซาโก้ ก็ได้ออกมาเผยแล้วว่า อยากจะกลับมาเล่นให้กับทีมต้นสังกัดตัวเองอีกครั้งหนึ่ง…

อัพเดตล่าสุด 9 อันดับ นักเตะค่าตัวสุดแพง

อันดับ 1 ลิโอเนล เมสซี่
ครองสถิตินักเตะอันดับ 1 และสถิติ นักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก ตลอดกาล สำหรับลิโอเนล เมสซี่ ผู้เล่นตำแหน่ง กองกลางตัวรุก เบอร์ 10 สัญชาติอาร์เจนตินา ของทีม บาร์เซโลน่า เกิดวันที่ 24 มิถุนายน 1987 อายุ 28 ปี เข้าร่วมทีมบาร์เซโลน่าชุดใหญ่ เมื่อ วันที่ 1 กรกฎาคม 2004 และจะหมดสัญญาในปี 2018
อันดับ 2 คริสเตียโน่ โรนัลโด้
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตัวรุก เบอร์ 7 สัญชาติโปรตุเกส จากทีม เรอัล มาดริด อายุ 30 ปี ย้ายจากสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้าร่วมทีม เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 65.80 ล้านปอนด์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2009 และจะหมดสัญญาในปี 2018
อันดับ 3 เนย์มาร์
เนย์มาร์ ตำแหน่ง กองกลางตัวรุก เบอร์ 11 สัญชาติบราซิล จากทีม บาร์เซโลน่า เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1992 อายุ 23 ปี ย้ายจากสโมสร ซานโตส เข้าร่วมทีม บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัว 61.74 ล้านปอนด์ เมื่อเดือน กรกฎาคม 2013 และจะหมดสัญญาในปี 2018
อันดับ 4 หลุยส์ ซัวเรซ
หลุยส์ ซัวเรซ ผู้เล่นตำแหน่ง กองหน้า เบอร์ 9 สัญชาติอุรุกวัย จากทีม บาร์เซโลนา อายุ 28 ปีย้ายจากสโมสร ลิเวอร์พูล เข้าร่วมทีม บาร์เซโลนา ด้วยค่าตัว 56.70 ล้านปอนด์ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2014 และจะหมดสัญญาในเดือน มิถุนายน 2019
อันดับ 5 ราฮีม สเตอร์ลิง
ราฮีม สเตอร์ลิง นักเตะตำแหน่ง กองกลางตัวรุก เบอร์ 7 สัญชาติ อังกฤษ จากทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อายุ 21 ปี ย้ายจากสโมสร ลิเวอร์พูลเข้าร่วม ทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 43.75 ล้านปอนด์ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2015 และจะหมดสัญญาในเดือน มิถุนายน 2020
อันดับ 6 เซร์คิโอ อเกวโร
เซร์คิโอ อเกวโร ตำแหน่งผู้เล่น กองหน้า หมายเลข 10 สัญชาติอาร์เจนตินา จากทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อายุ 27 ปี ย้ายจากสโมสรเดิม แอตเลติโก มาดริด เข้าร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 31.50 ล้านปอนด์ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2011 และจะหมดสัญญาในเดือน มิถุนายน 2019
อันดับ 7 อเล็กซิส ซานเชซ
อเล็กซิส ซานเชซ นักเตะตำแหน่ง กองกลางตัวรุก หมายเลข 17 สัญชาติชิลี ของสโมสร อาร์เซนอล อายุ 27 ปีย้ายจากสโมสร บาร์เซโลน่า เข้าร่วมทีม อาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 29.75 ล้านปอนด์ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2014 จะหมดสัญญาในเดือน มิถุนายน 2018
อันดับ 8 เอแดน อาซาร์
เอแดน อาซาร์ กองกลางตัวรุก เบอร์ 10 สัญชาติเบลเยี่ยม จากสโมสร เชลซี เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 1991 อายุ 24 ปี ย้ายจากสโมสรลีลล์ เข้าร่วมทีม เชลซี ด้วยค่าตัว 28 ล้านปอนด์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2012 และจะหมดสัญญาในปี 2020
อันดับ 9 อองตวน กรีซมันน์
อองตวน กรีซมันน์ นักเตะตำแหน่ง หน้าต่ำ หมายเลข 7 สัญชาติฝรั่งเศส จากทีม แอตเลติโก มาดริด อายุ 24 ปี ย้ายจากสโมสร เรอัล โซเซียดาด เข้าร่วมทีม แอตเลติโก มาดริด ด้วยค่าตัว 21 ล้านปอนด์ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2014 และจะหมดสัญญาในเดือน มิถุนายน 2020…

หงส์พร้อมสอย ฮาเมส ปาดหน้าผี – มิลาน – เสือใต้

สื่อสเปนตีข่าว “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล พร้อมเดินหน้าล่าตัว ฮาเมส โรดริเกซ เพลย์เมคเกอร์เลือดละตินของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด มาร่วมทัพ ปาดหน้าสามทีมดังของยุโรปทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอซี มิลาน และบาเยิร์น มิวนิค ที่ต่างให้ความสนใจแข้งรายนี้เช่นเดียวกัน
ดอน บาลอน สื่อเจ้าดังในสเปน ได้รายงานว่า ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมที่มีโอกาสคว้าตัว ฮาเมส ไปร่วมทัพด้วยค่าตัวราว 52 ล้านปอนด์ เนื่องจากจอมทัพโคลอมเบียรายนี้กำลังไม่มีความสุขในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว และคาดว่าเจ้าตัวส่อแววอำลาทัพ “โลส บลังโกส” ค่อนข้างแน่ หลังหลุดโผทั้ง 11 ตัวจริง และตัวสำรองในนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ คาร์ดิฟฟ์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
แม้จะตกเป็นข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนหน้านี้ แต่ทว่า โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังเบนเป้าหมายการเสริมทัพไปที่ตำแหน่งศูนย์หน้ามากกว่า เนื่องจากทีมอาจจะไม่ต่อสัญญากับทาง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ส่วน บาเยิร์น มิวนิค เองก็กำลังให้ความสนใจในตัวของ อเล็กซิส ซานเชซ มากกว่า ขณะที่ เอซี มิลาน นั้นก็ไม่ได้ไปเล่นในถ้วยใหญ่ยุโรป ทำให้หวยอาจจะมาออกที่ ลิเวอร์พูล ซึ่งกำลังมองหานักเตะฝีเท้าดี เพื่อเพิ่มขนาดทีมรองรับโปรแกรมถ้วยยุโรปที่กำลังจะมาถึง
โดยสื่อในสเปนคาดกันว่าอดีตแชมป์ยุโรป 5 สมัย เตรียมยื่นข้อเสนอมูลค่า 52 ล้านปอนด์ ให้กับทาง เรอัล มาดริด พิจารณาในเร็ววันนี้
ทั้งนี้ ฮาเมส โรดริเกซ ถือเป็นอีกหนึ่งแข้งที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งในยุโรป นับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในสเปนกับ เรอัล มาดริด ตั้งแต่ปี 2014 แต่ทว่าในซีซั่นนี้ สตาร์หมายเลข 10 กลับได้รับโอกาสจาก ซีเนอดีน ซีดาน ให้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพียง 13 เกมเท่านั้น จนมีข่าวกับทีมต่างๆ ทั่วยุโรปว่าต้องการตัว ฮาเมส ไปปั้นเกมในแนวรุกก่อนหน้านี้บอร์ดบริหารของทีม “หงส์แดง” เพิ่งไฟเขียวที่จะให้งบประมาณในการซื้อนักเตะเข้ามาในถิ่นแอนฟิลด์อย่างเต็มที่ในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อเป้าหมายในการนแชมป์ลีกแบบเต็มตัวในฤดูกาล 2017-18 ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า กุนซือชาวเยอรมัน ได้เลือกเป้าหมายในการเสริมทัพไว้แล้ว 2 คน นั่นก็คือ  ฮาเมส กับ อเซนซิโอ 2 มิดฟิลด์จากทีม “ราชันชุดขาว” โดยมองว่าทั้งคู่จะเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ
ทั้งนี้ เป็นที่เชื่อกันว่า 2 นักเตะดังกล่าว น่าจะต้องเก็บข้าวของออกจากถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว ในช่วงซัมเมอร์นี้เป็นที่แน่นอนแล้ว หลังจากพวกเขาเป็นตัวเลือกลำดับท้ายๆในการทำทีมของ ซีเนอดีน ซีดาน อย่าไรก็ตามในรายของ ฮาเมส นั้น ลิเวอร์พูล ต้องแข่งกับ เชลซี ที่ให้ความสนใจในตัวดาวเตะทีมชาติโคลอมเบียเช่นกัน…

ลินการ์ด ตัวรุกลูกรักมู เผย รู้ใจโค้ชก็เป็นลูกรักได้

หากกล่าวถึง เจสซี่ ลินการ์ด เขาเป็นบุคลที่ที่โชอย่างมูรินโญ่ให้ความสนใจ จนหลายๆคนคิดว่า ลินการ์ดเป็นลูกรักไปแล้ว โดยหากล่าวถึงประวัติของลินการ์ด เขาเป็นผู้ที่เกิดในเมืองวอร์ริงตัน และได้พัฒนาฝีเท้าตนเองขึ้นเรื่อยๆ กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังได้รับการเคี่ยวเข็ญอย่างหนักจากทีมโค้ช นักเตะตัวรุกผู้นี้เติบโตขึ้นมาอย่างเต็มที่ และก็พาตัวเองเข้าไปอยู่ในทีมสำรองแบบสมบูรณ์ ในช่วงพรีซีซั่นของฤดูกาล 2011-2012 เขายิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาพัฒนาตัวเองขึ้นมาจากทีมชุดอคาเดมี่ได้มากแล้ว หลังจากพาทีมของ พอล แม็คกินเนสส์ คว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ ในปี 2011 ดาวรุ่งรายนี้ก็เล่นได้อย่างน่าจับตามอง ไม่ว่าจะไปเล่นทางริมเส้น หรือว่ามาเล่นตรงกลางโดยยืนหลังกองหน้าก็ตาม เห็นได้ชัดเลยว่าอนาคตของเขาน่าจะสดใส หลังจากได้รับหมายเลขเสื้อในทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 2011-2012 ทั้งในรายการ พรีเมียร์ ลีก และแชมเปี้ยนส์ ลีก
นอกจากนี้เขาก็มีชื่อเป็นหนึ่งใน 3 ชอร์ตลิสต์สำหรับตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของทีมสำรองด้วย หลังทำผลงานได้ดีมาตลอด แถมยิงได้ถึง 9 ประตู เขาเป็นตัวจบสกอร์ที่ชาญฉลาด มีรูปแบบการเข้าทำที่หลากหลาย ยืนถูกที่ถูกเวลาเสมอ การวิ่งของเขาสร้างปัญหาให้กับกองหลังฝั่งตรงข้ามได้มากทีเดียว
นักเตะผู้ทำงานหนักคนนี้อาจจะถูกปล่อยยืมตัวไปหาประสบการณ์ในฤดูกาล 2012-2013 แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็มีชื่อติดทีมไปร่วมทัวร์พรีซีซั่นมาด้วย และนี่เป็นเหตุผลที่ว่าหลายๆทีมต้องการที่จะดึงตัวเขาไปร่วมทีม และเป็นที่ถูฏใจของโค้ชในทีมต้นสังกัดอีกด้วย
เมื่อไม่นานมานี้เจสซี่ ลินการ์ด ตัวรุกของแมนฯ ยูไนเต็ด ยืนยันว่าเขาได้เรียนรู้มากมายหลังจาก โจเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาคุมทีม ลินการ์ด ได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่นในเกมสำคัญๆในฤดูกาลนี้อยู่เสมอ ซึ่งเจ้าตัวก็ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั่นเป็นเพราะเขาพร้อมจะเรียนรู้ทุกสิ่งอยู่ตลอดเวลา ลินการ์ด เผยว่า “มันเยี่ยมมากเลยที่ผู้จัดการทีมเชื่อใจผม ฉผมได้ลงเล่นในหลายๆตำแหน่งที่แตกต่างกันและการได้เล่นรอบชิงชนะเลิศก็เป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ”
“ในแต่ละวันผมเรียนรู้จากมูรินโญ่ทั้งในสนามและเรื่องของการจัดการ สิ่งที่เขาต้องการให้คุณทำในสนามมันชัดเจนมาก มันจำเป็นจริงๆหากว่าคุณอยากจะเป็นผู้ชนะ คุณเองก็ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา”
“เราคว้าที่ 6 ในปีนี้ แต่เรายังได้ไป แชมเปี้ยนส์ลี ก็หวังว่าการเรียนรู้ต่างๆนาจะส่งให้เราได้ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้า”…

หงส์แดง เล็งสอย เตโญ่ เสริมแนวรุก

มีรายงานข่าวว่า หงส์แดง ลิเวอร์พูล เตรียมเดินหน้าเพื่อยื่นข้อเสนอคว้าตัว คริสเตียน เตโญ่ แนวรุกส่วนเกินของ บาร์เซโลน่า หลังจากที่นักเตะต้องการย้ายออกจากสโมสรแบบถาวร
สื่อแดนฝอยทองรายงานว่าดาวเตะวัย 24 ปีถูกยืมตัวมาอยู่กับ ปอร์โต้ หลังจากไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมาสู้ทีมตัวจริงของ บาร์เซโลน่า ได้ และตอนนี้ก็ได้รับความสนใจจากทั้ง เอฟเวอร์ตันและลิเวอร์พูล ซึ้งจับตาดูสถานการร์ของนักเตะรายนี้อยู่ โดย เตโญ่ จะหมดสัญญายืมตัวกับ ปอร์โต้ หลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้ และการย้ายไปข้าแข้งใน พรีเมียร์ลีกก็มีความเป็นไปได้ เพราะตัวนักเตะเองดูจะไม่มีความสุขนักในการที่จะต้องกลับไปยังถิ่น คัมป์นู โดย ลิเวอร์พูล ต้องการตัว เตโญ่ มาเป็นตัวแทนของราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกตัวจี๊ดทีมชาติอังกฤษที่ย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้(C.Mirror)
Daily Mail สื่อดังของอังกฤษรายงานว่า ลิเวอร์พูล รองแชมป์พรีเมียร์ลีก เล็งสอย เโดร โรดริเกซ ปีกฝีเท้าจัดจ้านของบาร์เซโลนาเสริมแนวรุกหลังจบฤดูกาลนี้
เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นายใหญ่ทีมหงส์แดงต้องการดึงแนวรุกระดับท็อปเข้ามาร่วมทีมเพื่อสู้ศึกในซีซั่นนี้ โดยเฉพาะในรายการยูฟา แชมเปียนส์ลีก จึงเล็งดึงปีกทีมชาติสเปนเสริมแกร่งแดนหน้า หลังทราบว่าอนาคตของนักเตะกับต้นสังกัดเริ่มไม่แน่นอนเสียแล้ว หลังทีมแต่งตั้ง หลุยส์ เอ็นริเก้ คุมทัพ
โดเมื่อเร็วๆนี้ Marca สื่อยักษ์ใหญ่แห่งแดนกระทิงดุก็เพิ่งประโคมข่าวว่า เปโดรมีชื่อติดโผนักเตะที่โดนบาร์ซาขึ้นบัญชีขายในช่วงซัมเมอร์นี้ ภายหลังสโมสรเตรียมยกเครื่องทีมขนานใหญ่เพราะคว้าน้ำเหลวในซีซั่นที่ผ่านมา
ดังนั้น เร้ด แมทชีน จึงมีโอกาสได้ตัวเปโดรมาร่วมทีมเช่นกัน อย่างไรก็ตาม พวกเขาจำเป็นต้องทุ่มเงินก้อนโตเพื่อล่อใจให้เจ้าบุญทุ่มยอมปล่อยนักเตะออกจากทีม
ลิเวอร์พูลวางตัวคริสเตียน เตโญ่แนวรุกส่วนเกินของ”ต่างดาว”บาร์เซโลน่าเป็นเป้าหมายในการเสริมทัพหลังจากนักเตะต้องการย้ายออกจากสโมสรแบบถาวร
อา โบล่า สื่อชื่อดังแดนฝอยทองรายงานข่าวว่าดาวเตะวัย 24 ปีถูกยืมตัวมาอยู่กับปอร์โต้หลังจากไม่สามารถดิ้นรนขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงอย่างสม่ำเสมอในทีมบาร์เซโลน่าและได้รับความสนใจจากเอฟเวอร์ตันกับลิเวอร์พูลอยู่ด้วย
เตโญ่ดูน่าจะย้ายทีมหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้เมื่อสัญญายืมตัวของเขาหมดลงและการย้ายไปพรีเมียร์ ลีกก็มีความเป็นไปได้เพื่อให้เขาหลีกเลี่ยงการกลับไปเล่นให้ยอดทีมแห่งแคว้นคาตาลัน
สำหรับในแนวรุก ลิเวอร์พูลดูจะขาดแคลนผู้เล่นที่มีคุณภาพในฤดูกาลนี้หลังไม่สามารถหาตัวแทนของราฮีม สเตอร์ลิ่งปีกทีมชาติอังกฤษที่ย้ายไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้
ทีมดังแห่งถิ่นแอนฟิลด์ทำได้เพียง 12 ประตูในเกมลีกฤดูกาลนี้และเมื่อไม่นานมานี้ก็เสมอถึง 5 เกมติดต่อกันก่อนจะมาเอาชนะเชลซีไปได้…

เดอะเวเนเชี่ยน คาสิโนรีสอร์ทครบวงจร

เมกะโปรเจ็กต์ เวเนเชี่ยน มาเก๊า  : โคไต สตริป อาณาจักรคาสิโน รีสอร์ท ครบวงจรที่ เชลดอน อาเดลสัน เจ้าของเนรมิตโครงการให้มีนักท่องเที่ยวเลือกเรียนรู้และสัมผัสครบวงจรมากกว่าการเป็นเพียง คาสิโน รีสอร์ท  สถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ภายในพื้นที่ 80 เฮกตาร์ ออกแบบพื้นที่เชื่อมต่ออาคารห้องพักของโรงแรมและล็อบบี้คาสิโน รีสอร์ท ลัดเลาะบันไดเลื่อนขึ้นชั้น 2 มุ่งหน้าตามป้ายบอกทางตรงไปยัง เดอะ แกรนด์ คาแนลช็อป ลอดประตูเมืองชั้นแรกเข้าไปจะเห็นถึงสถาปัตยกรรมอลังการยก เมืองแห่งน้ำเวนิซอิตาลี  มาอยู่ในพื้นที่ขนาด 1 ล้านตารางฟุต เป็นเวนิสเอเชีย แห่งแรก
การเดินทางไปเดอะเวเนเชี่ยนคาสิโนมาเก๊า  : จากสนามบินนานาชาติมาเก๊า มีรถรับส่ง Shuttle bus จากเวเนเชี่ยน รับส่งที่สนามบินมาเก๊า ฟรี! รถจะออกทุก ๆ 15-20 นาที ตั้งแต่เวลา 11 โมงเช้า ถึง 3 ทุ่ม ใช้เวลา 5 นาที จากสนามบินนานาชาติมาเก๊า ถึงเดอะเวเนเชี่ยนมาเก๊า
การเดินทางจากฮ่องกงโดย  : COTAIJET COTAIJET เป็นเรือเฟอร์รี่ที่รับส่งระหว่าง ฮ่องกง-มาเก๊า ท่าเรือเฟอร์รี่จะอยู่ในย่าน Sheung Wan ที่ฮ่องกง ซึ่งจะออกทุก ๆ 30 นาที ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า จนถึง ตี 1 COTAIJET ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ถึงมาเก๊า ที่ท่าเรือไทปา และจะมีรถ shuttle bus รับส่ง ไปยังเดอะเวเนเชี่ยนมาเก๊า โดยไม่เสียค่าบริการ ใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้นค่ะ
จากสนามบินฮ่องกง : มีบริการเรือเฟอร์รี่ด่วนไปมาเก๊า ภายในเวลา 1 ชม. โดยไม่จำเป็นต้องผ่านศุลกากรฮ่องกง
จากสนามบินจูไห่ : นั่งรถ Shuttle bus ผ่านด่าน Lotus Bridge จากที่นั่นจะมี shuttle bus จากเดอะเวเนเชี่ยน คอยให้บริการรับ-ส่ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดนจะออกทุก 10-12 นาทีตั้งแต่เวลา 9.30 น. – 19.30 น. ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีถึงเวเนเชี่ยน มาเก๊า
จากสนามบินฮ่องกง : มีบริการเรือเฟอร์รี่ด่วนไปมาเก๊าภายในเวลา 1 ชม. โดยไม่จำเป็นต้องผ่านศุลกากรฮ่องกง
จากสนามบินกวางเจา : ใช้บริการรถโค้ชไปลงที่ Zhuhai Xinhe Coach station (อยู่ฝั่งตะวันออกของด่านกงเป่ย) ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองกงเป่ยก่อนเดินทางเข้าสู่มาเก๊า บริเวณนั้นจะมีจุดบริการรถ shuttle bus รับส่งของเดอะเวเนเชี่ยน   ซึ่งจะออกทุก ๆ 5-10 นาที ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าไปจนถึงเที่ยงคืน โดยไม่เสียค่าบริการ (จากกวางเจาถึงมาเก๊า ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง)
จากสนามบินฮ่องกง : มีบริการเรือเฟอร์รี่ด่วนไปมาเก๊าภายในเวลา 1 ชม. โดยไม่จำเป็นต้องผ่านศุลกากรฮ่องกง
ปากประตูทางเข้าเมืองถูกสร้างตามตำนานจากความเชื่อ แบบตะวันตกว่าก้าวแรกที่นักท่องเที่ยวเหยียบย่างเข้าสู่เมืองจะมีนักบุญ อุปถัมภ์ เก่าแก่ ยืนตระหง่านอยู่บน เสาหินโบราณต้นแบบเดิมในเมือง    เวนิซ  2 คน คือ เซนต์มาร์กกับเซนต์ธีโอออร์ซี่ ยืนอยู่บน เสาหินให้การ ต้อนรับ รวมทั้งคอยเฝ้าดูผู้คนที่ผ่านเข้าออกไม่คลาดสายตา เสานี้ถูกสร้าง ปี ค.ศ.1172 โดยฝีมือวิศกรนิโคโล บารัตเตียรี่ ผู้ที่ได้รับสิทธิในการตั้งโต๊ะเพื่อเล่นพนันระหว่างเสา…

ที่สุดของที่สุด!! นักเตะที่ดีที่สุดในตอนนี้

ในฤดูกาล 2014-2015 ที่กำลังจะเริ่มขึ้น หรือบางลีกก็ได้เริ่มไปแล้ว เราจะรวบรวม 11 นักเตะที่ดีที่สุดของโลกในเวลานี้มาให้
ผู้รักษาประตู: มานูเอล นอยเออร์ (บาเยิร์น มิวนิค) หลังจากได้แชมป์โลกในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ผ่านมา และโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดกับสโมสรและกับทีมชาติ คงไม่ตัวเลือกไหนที่จะดีไปกว่านี้อีกแล้ว
แบ๊กขวา: ฟิลิปป์ ลาห์ม (บาเยิร์น มิวนิค) นิ่งและเก็บบอลได้ตลอดทุกครั้ง เขาเล่นได้ทั้งแบ็กซ้าย, แบ๊กขวา และกองกลางตัวรับ ซึ่งเป็นอีกตำแหน่งที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปรับให้เขามาเล่นตำแหน่ง ซึ่งก็ทำผลงานได้ดีเช่นเดียวกัน
กองหลังตัวกลาง: ติอาโก้ ซิลวา (ปารีส แซงต์ แชร์กแมง) เขาเป็นกองหลังที่แพงที่สุดในโลก ในฟุตบอลโลกอาจจะโชว์ฟอร์มไม่เด่นมากนัก แต่เรื่องความสามารถและฟอร์มโดยรวมที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาเป็นอีกคนที่โชว์ฟอร์มได้คงเส้นคงวามากอีกหนึ่งคน
กองหลังตัวกลาง: แวงซองต์ กอมปานี (แมนฯ ซิตี้) สำหรับความน่าเชื่อถือบวกความมุ่งมั่น และยังเป็นกัปตันทีมคนสำคัญของเดอะซิติเซ้นต์ ซึ่งหลังๆ จะมีส่วนสำคัญกับความสำเร็จของสโมสรมาตลอด ในส่วนนี้น่าจะดีกว่า แมท ฮัมเมล และ เซอร์จิโอ รามอส อยู่บ้างเล็กน้อย
แบ๊กซ้าย: ดาวิด อลาบา (บาเยิร์น มิวนิค) เป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในทีมชุดนี้และเป็นแบ๊กซ้ายที่มีฝีเท้าเกิน อายุและดูเหมือนว่าเขายังจะพัฒนาขึ้นไปได้อีกเรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่าอีกไม่นานเขาจะเป็นแบ็กซ้ายที่สมบูรณ์แบบมากกว่าปัจจุบันอย่าง แน่นอน
กองกลาง: อาร์ตูโร่ วิดัล (ยูเวนตุส) เขาเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่มีสโมสรใหญ่ๆ ในยุโรปอยากได้ตัวไปร่วมทีม เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วง 2-3 ปี มานี้ รวมถึงฟอร์มกับทีมชาติชิลี ในฟุตบอลโลกที่ผ่านมาด้วย
กองกลาง: ยาย่า ตูเร่ (แมนฯ ซิตี้) ยาย่า ตูเร่ ในวัย 31 ปี เขามีฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นมาก ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเขาได้พัฒนาตัวเองในการทำเกมรุกและการทำประตูมากมาย จนสามารถทำให้ แมนฯ ซิตี้ ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้
ปีกขวา: แกเร็ธ เบล (เรอัล มาดริด) กลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกไปแล้ว ด้วยค่าตัว 85.3 ล้านปอนด์ ซึ่งย้ายจากสเปอร์สมาอยู่กับเรอัล มาดริด ซึ่งปีที่ผ่านมานักเตะรายนี้ก็โชว์ฟอร์มได้สมค่าตัว
ปีกซ้าย: คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (เรอัล มาดริด) เล่นฝั่งตรงข้ามกับเบลเพื่อนร่วมทีม เรอัล มาดริด ซึ่งพึ่งได้รับรางวัลบัลลงดอร์ปี 2014 ที่ผ่านมา ซึ่งก็สามารถการันตี ความสามารถและฟอร์มการเล่นที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี
กองหน้า: หลุยส์ ซัวเรซ (บาร์เซโลน่า) เขาอาจจะเจอปัญหาหลายๆ อย่างที่ผ่านมา แต่อดีตกองหน้าลิเวอร์พูลก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีทักษะและความสามารถรอบ ตัวสูงมาก จนได้ย้ายมาอยู่กับบาร์เซโลน่าในปัจจุบัน
กองหน้า: ลิโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า) เขากลายเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จที่สุดของอาเจนติน่าไปแล้ว ถึงแม้กับทีมชาติในฟุตบอลที่ผ่านมาอาจจะพลาดแชมป์โลกไปอย่างน่าเสียดาย แต่ตลอดระยะเวลาหลายๆ ปีที่ผ่านมา เขาก็แสดงให้เราเห็นแล้วเขาเป็นเช่นไร…

อวยเวอร์!! 7แข้งที่สื่ออวยจนเวอร์

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า นักเตะสัญชาติอังกฤษนั้ขึ้นชื่อว่ามีชื่อเสียงโด่งดังและราคาค่าตัวแพงกันจนดูโอเวอร์กันอยู่แล้ว ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าสื่อต่าง ๆ พากันโหมข่าวพวกเขามากจนผู้คนต่างพากันรู้จักทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็ว
แต่ก็มีหลาย ๆ คนที่พอเอาไปเทียบกับผู้เล่นที่มาจากประเทศอื่น ๆ แล้วกลับกลายเป็นว่าฝีเท้านั้นเทียบกันแทบไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่มีค่าตัวรวมถึงค่าเหนื่อยแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว โดยเฉพาะผู้เล่นดาวรุ่งที่กำลังโชว์ฟอร์มกันได้อย่างโดดเด่นในเวทีพรีเมียร์ลีก  และนี่คือโฉมหน้า 7 นักเตะอังกฤษที่สื่อปั้นจนพวกเขามีชื่อเสียงโด่งดังจนเกินฝีเท้า!!
7. สก็อตต์ ซินแคลร์
ซินแคลร์ เคยเป็นนักเตะดาวรุ่งที่สื่ออังกฤษยกย่องว่ามีฝีเท้าจัดจ้านที่สุดคนหนึ่งในรุ่นของเขาแต่ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมาเขากลับดูเหมือนว่าจะหยุดพัฒนาตัวเองไปเสียเฉย ๆ ไม่ว่าจะทั้งเรื่องของไหวพริบและความเร็วโดยในช่วงที่เขาเล่นอยู่กับ สวอนซี ซึ่งในขณะนั้นอายุได้ 22 ปีเขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม ด้วยการกระหน่ำประตูมากมายช่วยให้ หงส์ขาว จบฤดูกาลในอันดับที่ 11 จนกระทั่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สอยไปร่วมทีมในปีต่อไป  อย่างไรก็ตามนี่อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดครั้งหนึ่งของเขา เมื่อตัวรุกผู้ดีคนนี้ไม่สามารถโชว์ฟอร์มภายใต้ยูนิฟอร์มเรือใบสีฟ้าได้เลย จนต้องโดนดองแถมยังได้รับบาดเจ็บยาวจนคอบอลลืมชื่อลืมหน้ากันไปเสียสนิท สุดท้ายเขาก็โดนปล่อยให้ แอสตัน วิลลา ยืมตัวไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนในที่สุด
6. ฟรานซิส เจฟเฟอร์

ถึงแม้ว่ายอดกุนซืออย่าง อาร์เซน เวนเกอร์ จะเคยปั้น เธียร์รี อองรี และ เดนิส เบิร์กแคมป์ จากนักเตะระดับกลาง ๆ จนก้าวขึ้นไปเป็นศูนย์หน้าระดับโลกได้มาแล้ว แต่กับแข้งผู้ดีเจ้าของฉายา “ฟ็อกซ์ อิน เดอะ บ็อกซ์” (คนที่สอง) คนนี้กลับมีผลลัพธ์ตรงกันข้าม ในสมัยที่เขายังเป็นนักเตะดาวรุ่งอยู่กับทีมเอฟเวอร์ตัน กองหน้าคนนี้กระหน่ำประตูคู่แข่งได้อย่างดุดันเฉียบขาดและดูมีสัญชาตญาณสุด ๆ จนสื่อต่างอวยกันว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมชาติได้ในเวลาไม่นานแต่สุดท้ายแล้วเขาก็ทำประตูให้อาร์เซนอลได้เพียงแค่ 8 ลูก จากการลงสนาม 40 เกม จนกระทั่งโดนจำหน่ายออกไปในที่สุด แถมนับตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ ไม่ว่า เจฟเฟอร์ จะไปเล่นให้ทีมไหนหรือระดับใดก็ตามเขาไม่เคยยิงได้เกิน 5 ลูกเลยจนถึงทุกวันนี้
5. แอนดี้ แคร์โรล
ศูนย์หน้าร่างโย่งคนนี้แจ้งเกิดจนโด่งดังอย่างสุด ๆ มาสมัยที่เขาค้าแข้งอยู่กับ นิวคาสเซิล เพราะไม่ว่าจะเป็นลูกยิงด้วยเท้าซ้าย เท้าขวา ลูกโหม่ง เล่นทาง หรืออัดเต็มหลังเท้า แคร์โรล คนนี้ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบทั้งหมดในช่วง 1 ฤดูกาลกับอีกครึ่งหนึ่งก่อนที่เขาจะย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล แคร์โรล กระหน่ำประตูให้สาลิกาดงไปถึง 30 เม็ด จากนั้นจึงมาอยู่กับหงส์แดงด้วยค่าตัวราว 35 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าแพงสุด ๆ สำหรับนักเตะอายุน้อยอย่างเขาแต่แล้วความคาดหวังของแฟนบอลก็ต้องพังทลายสิ้น เมื่อสไตรเกอร์ผู้ดีคนนี้ไม่สามารถยิงประตูให้ทีมได้มากอย่างที่เคยทำ แถมยังเล่นไม่เข้าระบบและบาดเจ็บบ่อยครั้งจนแทบไม่มีโอกาสได้ลงสนาม สุดท้ายก็ต้องย้ายออกไปแบบล้มเหลวสุด ๆ
4. ไมกาห์ ริชาร์ด

ต้องบอกก่อนเลยว่าจริง ๆ แล้ว ไมกาห์ ไม่ใช่นักเตะที่ล้มเหลวบนเส้นทางค้าแข้งของเขา เพราะเขาสามารถลงเล่นได้ตามมาตรฐานของผู้เล่นกองหลังทั่วไปอยู่จนถึงทุกวันนี้แต่ในช่วงที่เขายังเป็นวัยรุ่นอยู่กับทีมเรือใบสีฟ้า ในช่วงก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเงิน แบ็คขวาชาวอังกฤษคนนี้ถูกยกย่องว่าเป็นผู้เล่นพรสวรรค์สูงที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับโลกได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
3. ไมเคิล จอห์นสัน
หากใครยังจำกันได้ ไมเคิล จอห์นสัน เคยเป็นหนึ่งในผู้เล่นมิดฟิลด์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมิดฟิลด์พรสวรรค์สูงที่มีฝีเท้าดีที่สุดในตอนนั้นเลยก็ว่าได้ ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาบวกกับฝีเท้าที่โดดเด่นเกินกว่านักเตะในวัยเดียวกันทำให้ทุกแสงสปอร์ตไลท์ต่างสาดลงมาที่เขาจนคนทั่วโลกให้ความสนใจกันแทบตลอดเวลาแต่แล้วชีวิตของเขาก็ต้องพลิกผันเมื่อถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานจนต้องพักยาวไป และเมื่อหายเจ็บกลับมาก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มเดิมออกมาได้ แถมยังปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนอ้วนฉุ จนต้องยอมแขวนสตั๊ดไปด้วยวัยเพียงแค่ 27 ปีเท่านั้น
2. ทอม เคลฟเวอร์รีย์
หนูทอมคนนี้เคยเป็นหนึ่งนักเตะดาวรุ่งที่ดูมีแววก้าวขึ้นมาเป็นมิดฟิลด์ระดับท็อปได้มากที่สุดคนหนึ่งภายใต้การคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อฤดูกาล 2012-13จนกระทั่งการเข้ามาของ เดวิด มอยส์ แข้งดาวรุ่งผีคนนี้ก็ได้รับโอกาสน้อยลงมากกว่าเดิม ซึ่งน่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พัฒนาการทางด้านฝีเท้าของ เคลฟเวอร์รีย์ นั้นช้าลงจนแทบจะไม่เพิ่มขึ้นเลยเสียด้วยซ้ำและในที่สุดเมื่อ หลุยส์ ฟาน กัล ได้รับหน้าที่กุมบังเหียนทีมเมื่อต้นฤดูกาลน้องทอมของเด็กผีก็ต้องถูกส่งต่อให้ทีมอื่นยืมตัวไปและดูท่าจะหมดอนาคตในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดเป็นที่แน่นอนแล้วเช่นกัน
1. ราฮีม สเตอร์ลิง
สำหรับนักเตะฝีเท้าฉกาจของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คนนี้ต้องบอกว่าเขานั้นยังเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ดูดีมีแววก้าวขึ้นเป็นระดับโลกมากที่สุดในช่วงสองปีหลังมานี้แต่ด้วยความที่ตอนนี้เจ้าหนูราฮีมยังคงมีอายุเพียง 20 ปี แต่สื่อกลับเล่นข่าวของเขาจนกลายเป็นประเด็นหลักในวงการฟุตบอลแทบไม่เว้นแต่ละวัน รวมถึงการที่มีข่าวว่าเขาเรียกร้องค่าเหนื่อยจากต้นสังกัดสูงถึง 180,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ก็เล่นกัน เพราะหากเทียบกับผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่ดีกว่าเขาแล้วตัวเลขนี้ถือว่าสูงเกินความจำเป็นจริง ๆและแน่นอนว่าตอนนี้ สเตอร์ลิง กำลังอยู่ในช่วงที่มีแต่ความกระวนกระวายใจจากการที่เขามีชื่อเสียงโด่งดังมากนั่นเอง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อฟอร์มการเล่นและสมาธิในสนามและสุดท้ายต้องมาดูกันต่อไปว่าเขาจะสามารถแบกรับภาระของความโด่งดังเอาไว้ได้จนก้าวขึ้นไปเป็นผู้เล่นระดับโลกได้สำเร็จ หรือจะค่อย ๆ เลือนหายไปจากเกมระดับท็อปในอนาคตเช่นคนอื่น ๆ…

รู้หรือไม่ ? ฟุตบอลไทยมีประวัติอย่างไร

รู้หรือไม่ ? ฟุตบอลไทยมีประวัติอย่างไร
กีฬาฟุตบอลในประเทศไทย ได้มีการเล่นตั้งแต่สมัย “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสิทร์ เนื่องจากสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ได้ส่งพระเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าหลานยาเธอ และข้าราชบริพารไปศึกษาวิชาการด้านต่างๆ ที่ประเทศอังกฤษ และผู้ที่นำกีฬาฟุตบอลกลับมายังประเทศไทยเป็นคนแรกคือ “เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา)” หรือ ที่ประชนชาวไทยมักเรียกชื่อสั้นๆว่า “ครูเทพ”
เมื่อปี พ.ศ. 2454-2458 ท่านได้ดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการครั้งแรก เมื่อท่านได้นำฟุตบอลเข้ามาเล่นในประเทศไทย หลายคนกล่าวว่า ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ไม่เหมาะสมกับประเทศที่มีอากาศร้อน เหมาะสมกับประเทศที่มีอากาศหนาวมากกว่า และเป็นเกมที่ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้เล่นและผู้ชมได้ง่าย ซึ่งข้อวิจารณ์ดังกล่าวถ้ามองอย่างผิวเผินอาจคล้อยตามได้ แต่ภายหลังข้อกล่าวหาดังกล่าวก็ค่อยๆ หมดไปจนกระทั่งกลายเป็น กีฬายอดนิยมที่สุดของประชาชนชาวไทยและชาวโลกทั่วทุกมุมโลก ซึ่งมีวิวัฒนาการดังกำลังอยู่ระหว่างปรับปรุงข้อมูลต่อไปนี้
– พ.ศ. 2440 รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จนิวัติพระนคร กีฬาฟุตบอลได้รับความสนใจมากขึ้นจากบรรดาข้าราชการบรรดาครูอาจารย์ ตลอดจนชาวอังกฤษในประเทศไทยและผู้สนใจชาวไทยจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ
– พ.ศ. 2443 (รศ. 119) การแข่งขันฟุตบอลเป็นทางการครั้งแรกของไทยได้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์
– พ.ศ. 2444 (รศ. 120) หนังสือวิทยาจารย์ เล่มที่ 1 ตอนที่ 7 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2444 ได้ตีพิมพ์เผยแพร่เรื่องกติกาการแข่งขันฟุตบอลสากลและการแข่งขันอย่างเป็นแบบแผนสากล โดยการแข่งขันฟุตบอลนักเรียนครั้งแรกของประเทศไทยได้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2444 นี้ ผู้เข้าแข่งขันต้องเป็นนักเรียนชายอายุไม่เกิน 20 ปี ใช้วิธีจัดการแข่งขันแบบน็อกเอาต์
– พ.ศ. 2448 (รศ. 124) เดือนพฤศจิกายน สามัคยาจารย์ สมาคม ได้เกิดขึ้นครั้งแรกเป็นการแข่งขันฟุตบอลของบรรดาครูและสมาชิกครู โดยใช้ชื่อว่า “ฟุตบอลสามัคยาจารย์”
– พ.ศ. 2450-2452 (รศ. 126-128) ผู้ตัดสินฟุตบอลชาวอังชื่อ “มร.อี.เอส.สมิธ” อดีตนักฟุตบอลอาชีพได้มาทำการตัดสินในประเทศไทย เป็นเวลา 2 ปี ทำให้คนไทยโดยเฉพาะครู-อาจารย์ และผู้สนใจได้เรียนรู้กติกาและสิ่งใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาก
– พ.ศ. 2451 (รศ. 127) มีการจัดการแข่งขัน “เตะฟุตบอลไกล” ครั้งแรก
– พ.ศ. 2452 (รศ. 128) รัชกาลที่ 5 ได้ทรงสวรรคต เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2452 นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของผู้สนับสนุนฟุตบอลไทยในยุคนั้น ซึ่งต่อมาในปีนี้ กรมศึกษาธิการก็ได้ประกาศใช้วิธีการแข่งขัน “แบบพบกันหมด” (ROUND ROBIN) แทนวิธีจัดการแข่งขันแบบแพ้คัดออกสำหรับคะแนนที่ใช้นับเป็นแบบของแคนาดา (CANADIAN SYSTEM) คือ ชนะ 2 คะแนน เสมอ 1คะแนน แพ้ 0 คะแนน และยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงมีความสนพระทัยกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างยิ่งถึงกับทรงกีฬาฟุตบอลเอง จากพระราชกิจวัตรของพระองค์รัชกาลที่ 6 ทางด้านฟุตบอลนับได้ว่าเป็นยุคทองของไทยอย่างแท้จริงอีกทั้งยังมีการเผยแพร่ข่าวสาร หนังสือพิมพ์ และบทความต่างๆทางด้านฟุตบอลดังกำลังอยู่ระหว่างปรับปรุงข้อมูลต่อไปนี้
– พ.ศ. 2457 (รศ. 133) พระยาโอวาทวรกิจ” หรือนามปากกา “ครูทอง” ได้เขียนบทความกีฬา “เรื่องจรรยาของผู้เล่นและผู้ดูฟุตบอล” และ “คุณพระวรเวทย์ พิสิฐ” ได้เขียนบทความกีฬา “เรื่องการเล่นฟุตบอล” และ “พระยาพาณิชศาสตร์วิธาน” ได้เขียนบทความกีฬาที่ประทับใจชาวไทยอย่างยิ่ง “เรื่องอย่าสำหรับนักเลงฟุตบอล”
– พ.ศ. 2458 (รศ. 134) ประชาชนชาวไทยสนใจกีฬาฟุตบอลอย่างกว้างขวาง เนื่องจาก กรมศึกษาธิการได้พัฒนาวิธีการเล่น วิธีจัดการแข่งขัน การตัดสิน กติกาฟุตบอลที่สากลยอมรับ ตลอดจนระเบียบการแข่งขันที่รัดกุมยิ่งขึ้น และผู้ใหญ่ในวงการให้ความสนใจอย่างแท้จริงนับตั้งแต่พระองค์รัชกาลที่ 6 เองลงมาถึงพระบรมวงศานุวงศ์จนถึงสามัญชน และชาวต่างชาติ และในปี พ.ศ. 2458 จึงได้มีการแข่งขันฟุตบอลประเภทสโมสรครั้งแรกเป็นการชิงถ้วยพระราชทานและเรียกชื่อการแข่งขันฟุตบอลประเภทนี้ว่า “การแข่งขันฟุตบอลถ้วยทองของหลวง”…